เจ้าเรือนเกษตร –โหราศาสตร์

โหราศาสตร์นอกจากจะแบ่งจักรราศีออกเป็นส่วนต่างๆแล้ว ยังกำหนดให้ดาวพระเคราะห์ปกครองเป็นเจ้าของส่วนต่างๆ  เปรียบเสมือนเป็นเจ้าของส่วนต่างๆ  เรียกกันว่า ”เจ้าเรือนเกษตร “  หรือ เกษตรเ โดยกำหนดไว้ดังนี้

อังคาร (๓) เป็นเจ้าเรือนเกษตร ราศีเมษ  และราศีพิจิก

ศุกร์ (๖) เป็นเจ้าเรือนเกษตร ราศีพฤษภ  และราศีตุลย์

พุธ  (๔) เป็นเจ้าเรือนเกษตร ราศีมิถุน  และราศีกันย์

จันทร์ (๒) เป็นเจ้าเรือนเกษตร ราศีกรกฎ

อาทิตย์ (๑) เป็นเจ้าเรือนเกษตร ราศีสิงห์

พฤหัส (๕) เป็นเจ้าเรือนเกษตร ราศีธนู และราศีมีน

เสาร์ (๗) เป็นเจ้าเรือนเกษตร ราศีมังกร

ราหู (๘) เป็นเจ้าเรือนเกษตร ราศีกุมภ์

 

 

สรุปความหมายของดาวพระเคราะห์โดยสังเขป-โหราศาสตร์ ไทย มาตราฐาน

สรุปความหมายของดาวพระเคราะห์โดยสังเขป

๑. ดาวอาทิตย์   (๑) หมายถึงเกียรติ์  ร่างกาย    อำนาจ   ศักดิ์ศรี   ความเป็นผู้นำ   ยศศักดิ์   บุคคลเพศชาย   ข้าราชการ    ผู้นำ   หัวหน้า   เจ้าของกิจการ   บิดา และสามี (ในดวงชะตาสตรี) สิ่งของที่มีประกาย   เพชรพลอย   หรือวัตถุที่มีแสงมีพลังงานในตัวเอง

๒. ดาวจันทร์   (๒) อารมณ์   ความเพ้อฝัน   อารมณ์  จินตนาการ   ความใจอ่อน   ขี้สงสาร   อ่อนโยน   การแสดงออก   บุคคลเพศหญิง    พยาบาล    สถานให้การบริการ   สถานที่เกี่ยวพันกับสตรี   ภรรยา และมารดา   สำหรับในดวงชะตาสตรียังมีความหมายถึงตัวเจ้าชะตาเองอีกด้วย  รวมถึงของเหลวทุกชนิด

๓. ดาวอังคาร   (๓) หมายถึงการดิ้นรน  ความุ่งมั่น   การต่อสู้   ความขัดแย้ง   ควมขยัน   ทหาร   เครื่องยนตร์กลไก   การใช้กำลัง   ของแหลมของมีคม   โลหะ

๔. ดาวพุธ  (๔) หมายถึงความคิด  การวางแผน   การติดต่อ   ข่าวสาร   การประชาสัมพันธ์   เอกสาร   การใช้สมอง  นายหน้า  การศึกษาหาความรู้  การคบหาสมาคม

๕. ดาวพฤหัสบดี  (๕) หมายถึงโชคลาภ   ความสำเร็จ   ความดีงาม  ความช่วยเหลือ  ความรู้ (ปัญญา ) นักบวช    ศีลธรรม   การเรียนรู้   ผู้พิพากษา  ผู้หลักผู้ใหญ่  ความยุติธรรม

๖.  ดาวศุกร์  (๖) หมายถึงความรัก  ความสอดคล้องต้องกัน ความพึงพอใจ  ความเป็นศิลป     กามารมณ์   ศิลปิน    ทรัพย์สิน   ของสวยงาม   ของหอม   เครื่องอำนวยความสะดวก   บุคคลที่เกี่ยวกับศิลป และงานบันเทิงทุกรูปแบบ

๗. ดาวเสาร์  (๗) หมายถึงความทุกข์   ความเครียด   ความผิดหวัง   การพลัดพราก   เป็นทุกข์   คนแก่   ของเก่า   ที่ดิน   วัตถุโบราณ   ความเอาจริงเอาจัง   ความยืดเยื้อยาวนาน   สิ่งของที่มีลักษณะยาวๆ  เช่น ถนน

๘.   ดาวราหู  (๘) หมายถึงเล่ห์เหลียม   ไหวพริบ   ความมัวเมาลุ่มหลง   อบายมุข    นักเลงการพนัน    การหลอกลวง  การพลิกแพลง   ของผิดกฏหมาย   แหล่งมั่วสุม   สถานอบายมุข   สถานบันเทิงเริงรมย์ เช่นไนท์คลับ  บารเบียร์

๙. ดาวเกตุ  (๙) หมายถึงสิ่งศักดิ์ศิทธิ์   คลื่นแสงสว่าง    ความวุ่นวาย   ซิกแซก   คลื่นวิญญาณ   ของที่มียอดแหลมเช่น   เจดีย์ เป็นต้น   สถานที่ๆมีคนสัญจรพลุกพล่าน   สิ่งของแปลกๆพิศดาร

๑๐. ดาวมฤตยู  (๐) หมายถึงความวิบัติ   กระทันหัน   ความสับสน   ของสมัยใหม่   ของแปลกๆ   อุปกรณ์ไฟฟ้า   ความลึกลับ    เหตุการณ์ไม่คาดฝัน (ทั้งในทางดีและทางร้าย)  การเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่ไม่เป็นไปตามปกติวิสัยที่ควรเป็นโดยสิ้นเชิง   การหดเกร็ง

โดยได้แต่งเป็นคำกลอนเพื่อให้จำง่ายๆ  ดังนี้

ดูยศศักดิ์อัครฐานทาย            อาทิตย์

ดูรูปจริตให้ทาย                   จันทร์

ดูกล้าแข็งขันทาย                 อังคาร

ดูเจรจาอ่อนหวานให้ทาย        พุธ

ดูปัญญาบริสุทธิ์ทาย             พฤหัส

ดูกิเลศกำหนัดให้ทาย            ศุกร์

ดูโทษทุกข์ให้ทาย                 เสาร์

ดูลุ่มหลงมัวเมาทาย              ราหู

ดูอายุยืนอยู่ยั่งให้ทาย            เกตุ

ดูทุกข์ภัยอาเภททาย              มฤตยู

 

อันความหมายของดาวเคราะห์ทั้งหลายที่กล่าวมานี้เป็นเพียงความหมายเพียงส่วนเล็กน้อยของดาวเคราะห์เท่านั้น  อันที่จริงทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนอยู่ในความหมายของดาวเคราะห์เหล่านี้ทั้งสิ้น หากเราพิจารณาให้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของความหมาย              อันความหมายของดาวเคราะห์ต่างๆเหล่านี้จะถูกขยายเพิ่มเติมอีกเมื่อไปทำมุมสัมพันธ์กับดาวดวงอื่น  เช่น    กุม  เล็ง   หรือ  โยค  เป็นต้น  ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะไปสัมพันธ์กับดาวดวงไหนในภพหรือเรือนชะตาใด ?   ดีหรือร้ายอย่างไร? เป็นคู่มิตร  คู่ธาตุ สัมพันธ์กันดีหรือร้ายอย่างไร?เป็นต้น

นอกจากนี้  ในปัจจุบันได้มีการค้นพบดาวพระเคราะห์เพิ่มเติม   วงการโหราศาสตร์ในสมัยปัจจุบันนี้ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการพยากรณ์กันมากขึ้น    ได้แก่  ดาวเนปจูน และ  ดาวพลูโต  โดยมีความหมายหลักๆดังนี้

เนปจูน ให้ความหมายถึงความคลุมเครือ   การหลอกลวง   หมอกไอ  แก๊ส  ของเหลว   ความผิดหวังล้มเหลว   การสลายตัว  ยาเสพติด  ยาพิษ   มหาสมุทร

พลูโต ให้ความหมายหลักถึงการเปลี่ยนแปลง   การพัฒนาการ   การปฎิวัติ   การปฏิรูปเปลี่ยนแปลง   การเปลี่ยนรูปแบบ

อันความหมายของดาวเนปจูนและดาวพลูโตนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่บรรดานักโหราศาสตร์อยู่ ทั้งนี้โดยให้เหตุผลว่า  ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงนี้เพิ่งจะค้นพบไม่นาน  ยังมีสถิติในทางการพยากรณ์ยังน้อยอยู่  บ้างก็อ้างว่าผลการพยากรณ์ยังไม่ชัดเจน ประกอบกับดาวเคราะห์ที่มีอยู่แต่เดิมยังให้ผลในการพยากรณ์แม่นยำอยู่ และเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำดาวเคราะห์ทั้งสองดวงที่กล่าวมานี้มาใช้ในการพยากรณ์ดวงชะตา  จึงยังไม่ยอมรับและนำมาใช้ประโยชน์ในการพยากรณ์ดวงชะตา  ซึ่งทั้งนี้ย่อมแล้วแต่ทรรศนะของนักโหราศาสตร์แต่ละท่าน

 

เกษตร-โหราศาสตร์ ไทย

มาตราฐานดาวพระเคราะห์

ดาวพระเคราะห์ต่างๆที่ไปสถิตย์ ณ ราศีต่างๆนั้น  ย่อมมีปฏิกิรยาหรือแสดงลักษณะและพลังของตนเองในลักษณะแตกต่างกันออกไป  ตามสภาวะแวดล้อมที่ต่างกัน นักโหราศาสตร์ได้กำหนดประเภทหรือลักษณะของการแสดงคุณสมบัติเหล่านี้ของดาวพระเคราะห์เป็นประเภทต่างๆเป็นมาตราฐาน ในลักษณะต่างๆ  ตามตำแหน่งที่ดาวเหล่านั้นสถิตย์อยู่  ดังนี้

เกษตร
หมายถึงดาวที่ไปสถิตย์ตำแหน่งราศีที่ตัวเองเป็นเจ้าเรือนดังนี้

อาทิตย์  ราศีสิงห์
จันทร์  ราศีกรกฎ
อังคาร (๓)  ราศีเมษ,ราศีพิจิก
พุธ (๔)  ราศีมิถุน,ราศีกันย์
พฤหัส (๕)  ราศีธนู,ราศีมีน
ศุกร์ (๖)  ราศีพฤษภ,ราศีตุลย์
เสาร์ (๗)  ราศีมังกร
ราหู (๘)  ราศีกุมภ์

ปรเกษตร
ได้แก่ดาวที่ไปสถิตย์ตำแหน่งตรงกันข้ามกับราศีที่ตัวเองเป็นเจ้าเรือนดังนี้

อาทิตย์  ราศีกุมภ์

จันทร์ ๒)  ราศีมังกร

อังคาร (๓)  ราศีตุลย์,ราศีพฤษภ

พุธ (๔)  ราศีมีน,ราศีธนู

พฤหัส (๕)  ราศีกันย์,ราศีมิถุน

ศุกร์ (๖)  ราศีเมษ,ราศีพิจิก

เสาร์ (๗)  ราศีกรกฎ

ราหู (๘)  ราศีสิงห์

ถาม –ดาวดีดาวร้ายในแต่ละราศีมีอะไรบ้างครับ –โหราศาสตร์

เมื่อ 15 พฤศจิกายน 2554,10:22,ศิโมช ศรีจรัส <simoth_sri@hotmail.com> เขียนว่า:
ดาวดีดาวร้ายในแต่ละราศีมีอะไรบ้างครับ ขอขอบพระคุณครับ
เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบากใจที่จะตอบปัญหานี้นะครับ  เนื่องจากนักโหราศาสตร์แต่ละท่านนั้นศึกษามาต่างระบบ  ต่างแนวทาง  และต่างอาจารย์  ซึ่งคำตอบหนึ่งอาจจะไม่ต้องจริตของระบบหนึ่ง  มีความเห็นแย้ง แต่กับอีกระบบหนึ่งกลับสนับสนุนในคำตอบนั้น
แต่ไหนๆก็ถามมาแล้ว ก็จะขอแสดงความเห็นนะครับ  อย่าถือเป็นกฎเกณท์กันเลยนะครับ จากประสบการณ์โหราสาสตร์ที่ผมเคยศึกษาโหราศาสตร์มาหลายแนวทาง ผมขอสรุปให้ฟังเป็นบางส่วน ดังนี้
๑. ดี-ร้าย ที่เกิดจากมาตราฐานดาวพระเคราะห์ต่างๆ เช่นอุจ  ประ เกษตร ต่างๆ ของโหราศาสตร์แต่ละระบบ
๒. ดี-ร้าย ทีเกิดจากตำแหน่งทางภพ หรือเรือนชะตา อันเกิดจากตำแหน่งของลัคนา ตามเวลาเกิดของดวงชะตา
๓. ดี-ร้าย ที่เกิดจากอิทธิพลของราศี กับ ดาวพระเคราะห์ ผสมผสานกัน เช่นขัดแย้ง หรือ ส่งเสริมกัน
๔  ดี-ร้าย ที่เกิดจากความหมายของดาวพระเคราะห์เอง
นี่เป็นหลักใหญ่ๆนะครับ  จริงๆแล้วยังมีปลีกย่อยอีก  แต่หากท่านเข้าใจเรื่องเหล่านี้ก็จะตัดปัญหาเรื่องของความขัดแย้งในหลักเกณท์ต่างระบบโดยสิ้นเชิง  และสามารถทราบได้ว่าดาวดวงไหน ดี หรือร้ายกับราศีอะไร (ในดวงชะตาดวงไหน?) ครับ ….
สวัสดี …

ทิศทั้ง ๓๒ ของ โหราศาสตร์ ไทย มรดกทางปัญญาของบรรพชนไทย

ทิศทั้ง ๓๒ ของโหราศาสตร์ไทย  มรดกทางปัญญาของบรรพชนไทย

 

๑. ทิศอุดร
๒. ทิศอุดรภาคบูรพา
๓. ทิศอุตรีสาน
๔. ทิศอีสานภาคอุดร
๕. ทิศอีสาน
๖. ทิศอีสานภาคบูรพา
๗. ทิศบุริมีสาน
๘. ทิศบูรพาภาคอุดร

 

๙. ทิศบูรพา
๑๐. ทิศบูรพาภาคทักษิณ
๑๑. ทิศบูริมาคเนย์
๑๒. ทิศอาคเนย์ภาคบูรพา
๑๓. ทิศอาคเนย์
๑๔. ทิศอาคเนย์ภาคทักษิณ
๑๕. ทิศทักษิณาคเนย์
๑๖. ทิศทักษิณภาคบูรพา

 

๑๗. ทิศทักษิณ
๑๘. ทิศทักษิณภาคประจิม
๑๙. ทิศทักษิณเนรดี
๒๐. ทิศหรดีภาคทักษิณ
๒๑. ทิศหรดี
๒๒. ทิศหรดีภาคประจิม
๒๓. ทิศปัจฉิมเนรดี
๒๔. ทิศประจิมภาคทักษิณ

๒๕. ทิศประจิม
๒๖. ทิศประจิมภาคอุดร
๒๗. ทิศปัจฉิมพายัพ
๒๘. ทิศพายัพภาคประจิม
๒๙. ทิศพายัพ
๓๐. ทิศพายัพภาคอุดร
๓๑. ทิศอุดรพายัพ
๓๒. ทิศอุดรภาคประจิม

ข้อมูลเพิ่มเติมที่สืบเนื่องและสามารถค้นหาได้  เครดิตแหล่งข้อมูลจากความเห็นเพิ่มเติมของคุณ นิดจัง จากลิงค์  http://topicstock.pantip.com/library/topicstock/2010/10/K9756033/K9756033.html

ขอขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆที่กรุณาได้นำมาเผยแพร่ให้รู้ครับ

 

ทิศหก

ทิศหก บุคคลประเภทต่างๆ ที่เราต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์ ดุจทิศที่อยู่รอบตัวจัดเป็น ๖ ทิศ ดังนี้

๑. ปุรัตถิมทิส ทิศเบื้องหน้า ได้แก่ บิดา มารดา
๒. ทักขิณทิสทิศเบื้องขวา ได้แก่ ครูอาจารย์
๓. ปัจฉิมทิส ทิศเบื้องหลัง ได้แก่ สามีภรรยา
๔. อุตตรทิส ทิศเบื้องซ้ายได้แก่ มิตรสหาย
๕. อุปริมทิส ทิศเบื้องบนได้แก่ พระสงฆ์ สมณพราหมณ์
๖. เหฏฐิมทิส ทิศเบื้องล่าง ได้แก่ ลูกจ้างกับนายจ้าง

๑. ปุรัตถิมทิส ทิศเบื้องหน้า ได้แก่ บิดา มารดา:(หัวข้อ)
มารดาบิดาอนุเคราะห์บุตรธิดา ดังนี้ บุตรธิดาพึงบำรุงมารดาบิดา ดังนี้

๑. ห้ามปรามจากความชั่ว
๒. ให้ตั้งอยู่ในความดี
๓. ให้ศึกษาศิลปวิทยา
๔. หาคู่ครองที่สมควรให้
๕. มอบทรัพย์สมบัติให้ในโอกาสอันสมควร ๑. ท่านเลี้ยงเรามาแล้วเลี้ยงท่านตอบ
๒. ช่วยทำกิจของท่าน
๓. ดำรงวงศ์สกุล
๔. ประพฤติตนให้เหมาะสมกับความเป็นทายาท
๕. เมื่อท่านล่วงลับไปแล้วทำบุญอุทิศให้ท่าน

๒. ทักขิณทิสทิศเบื้องขวา ได้แก่ ครูอาจารย์:(หัวข้อ)
ครูอาจารย์อนุเคราะห์ศิษย์ ดังนี้ ศิษย์พึงบำรุงครูอาจารย์ ดังนี้
๑. ฝึกฝนแนะนำให้เป็นคนดี
๒. สอนให้เข้าใจแจ่มแจ้ง
๓. สอนศิลปวิทยาให้สิ้นเชิง
๔. ยกย่องให้ปรากฏในหมู่เพื่อน
๕. สร้างเครื่องคุ้มกันภัยในสารทิศคือ สอนให้ศิษย์ปฏิบัติได้จริง นำวิชาไปเลี้ยงชีพทำการงานได้ ๑. ลุกต้อนรับแสดงความเคารพ
๒. เข้าไปหา
๓. ใฝ่ใจเรียน
๔. ปรนนิบัติ
๕. เรียนศิลปวิทยาโดยเคารพ

๓. ปัจฉิมทิส ทิศเบื้องหลัง ได้แก่ สามีภรรยา:(หัวข้อ)
สามีพึงบำรุงภรรยา ดังนี้ ภรรยาอนุเคราะห์สามี ดังนี้
๑. ยกย่องสมฐานะภรรยา
๒. ไม่ดูหมิ่น
๓. ไม่นอกใจ
๔. มอบความเป็นใหญ่ในงานบ้านให้
๕. หาเครื่องประดับมาให้เป็นของขวัญ ตามโอกาส ๑. จัดงานบ้านให้เรียบร้อย
๒.สงเคราะห์ญาติมิตรทั้งสองฝ่ายด้วยดี
๓. ไม่นอกใจ
๔. รักษาสมบัติที่หามาได้
๕. ขยันไม่เกียจคร้านในงานทั้งปวง

๔. อุตตรทิส ทิศเบื้องซ้าย ได้แก่ มิตรสหาย:(หัวข้อ)
พึงบำรุงมิตรสหาย ดังนี้ มิตรสหายอนุเคราะห์ตอบ ดังนี้
๑. เผื่อแผ่แบ่งปัน
๒. พูดจามีน้ำใจ
๓. ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
๔. มีตนเสมอร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วย
๕. ซื่อสัตย์จริงใจต่อกัน ๑. เมื่อเพื่อนประมาทช่วยรักษาป้องกัน
๒. เมื่อเพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สมบัติของเพื่อน
๓. ในคราวมีภัย เป็นที่พึ่งได้
๔. ไม่ละทิ้งในยามทุกข์ยาก
๕. นับถือตลอดถึงวงศ์ญาติของมิตร

๕. อุปริมทิส ทิศเบื้องบน ได้แก่ พระสงฆ์ สมณพราหมณ์:(หัวข้อ)
คฤหัสถ์พึงบำรุงพระสงฆ์ ดังนี้ พระสงฆ์อนุเคราะห์คฤหัสถ์ ดังนี้
๑. จะทำสิ่งใดก็ทำด้วยเมตตา
๒. จะพูดสิ่งใดก็พูดด้วยเมตตา
๓. จะคิดสิ่งใด ก็คิดด้วยเมตตา
๔. ต้อนรับด้วยความเต็มใจ
๕. อุปถัมภ์ด้วยปัจจัย ๔

๑. ห้ามปรามจากความชั่ว
๒. ให้ตั้งอยู่ในความดี
๓. อนุเคราะห์ด้วยความปรารถนาดี
๔. ให้ได้ฟังสิ่งที่ยังไม่เคยฟัง
๕. ทำสิ่งที่เคยฟังแล้วให้แจ่มแจ้ง
๖. บอกทางสวรรค์ สอนวิธีดำเนินชีวิตให้ประสบความสุขความเจริญ

๖. เหฏฐิมทิส ทิศเบื้องล่าง ได้แก่ ลูกจ้างกับนายจ้าง:(หัวข้อ)
นายจ้างพึงบำรุงลูกจ้าง ดังนี้ ลูกจ้างอนุเคราะห์นายจ้าง ดังนี้
๑. จัดการงานให้ทำตามกำลังความสามารถ
๒. ให้ค่าจ้างรางวัลสมควรแก่งานและ ความเป็นอยู่
๓. จัดสวัสดิการดีมีช่วยรักษาพยาบาลในยาม
เจ็บไข้ เป็นต้น
๔. ได้ของแปลกๆ พิเศษมา ก็แบ่งปันให้
๕. ให้มีวันหยุดและพักผ่อนหย่อนใจตามโอกาส อันควร

๑. เริ่มทำงานก่อน
๒. เลิกงานทีหลัง
๓.เอาแต่ของที่นายให้
๔. ทำการงานให้เรียบร้อยและดียิ่งขึ้น
๕. นำความดี

จากคุณ : นิดจัง

 

อ.สิทธินาถ ทองมี ได้เปิดทำการสอนโหราศาสตร์ ภารตะ ทางไกลสำหรับผู้สนใจ ผ่านระบบวิดิโอ

ขณะนี้ อ.สิทธินาถ  ทองมี  ได้เปิดทำการสอนโหราศาสตร์ภารตะ ทางไกลสำหรับผู้สนใจ  ผ่านระบบวิดิโอ  เหมือนมีอาจารย์มาสอนท่านถึงที่บ้าน  เริ่มสอนตั้งแต่พื้นฐานจนกระทั่งกลเม็ดชั้นสูงที่ท่านไม่สามารถหาอ่านได้ จากหนังสือทั้งในท้องตลาด  สนใจติดต่อและหารายละเอียดจาก ชมรมโหราศาสตร์ภารตะ http://iastroclub.com/ เวบไซท์เพื่อนบ้าน ชุมชนโหราศาสตร์ภารตะออนไลน์  จะมีศิษย์พี่ และ ศิษย์น้องของอาจารย์ รวมถึงเพื่อนๆร่วมชมรม คอยให้ความสะดวกและความอบอุ่นครับ

แจ้งประกาศโดย วิเลิศ แซ่จิว

ส่วนสนับสนุน

โหราภารตะดอทคอม ยูเรเนียนดอทเนท PaRastro.com โปรแกรมโหราศาสตร์ PaRast 1.31.00

หมวด:  โหราศาสตร์ภารตะ

เปิดอบรมโหราศาสตร์ไทยฟรีสำหรับผู้สนใจ

สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ เปิดอบรมโหราศาสตร์แก่ผู้สนใจฟรี  ท่านที่สนใจสามารถเข้ารับการอบรมได้ฟรี  ดังรายละเอียดข้างล่าง

วันอาทิตย์ ที่ห้องอาหารโรงเรียนวัดราชนัดดาราม  ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ น

วันพฤหัส ที่สมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ โครงการป้อมปราบศัตรูพ่าย  ตั้งแต่เวลา ๑๕.๐๐ น

 

ผู้สอน

อ.ภิญโญ พงศ์เจริญ  นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ และคณาจารย์จากสมาคม

ลองศึกษาดูแล้วท่านจะรู้ว่าทำไมวิชานี้จึงอยู่ยงคงกระพันมาเป็นเวลาหลายพันปี

จักรราศี –โหราศาสตร์ ไทย

จักรราศี

จักรราศีคือรูปจำลองสมมติของอาณาเขตบริเวณท้องฟ้าที่นักโหราศาสตร์กำหนดขึ้นมาเพื่อใช้บอกตำแหน่งดวงดาวต่างๆที่โคจรบนท้องฟ้า   โดยการบันทึกตำแหน่งของดวงดาวลงในรูปดวงชะตาเพื่อใช้ประโยชน์ในการพยากรณ์เรื่องราวต่างๆ เปรียบเสมือนเป็นแผนที่ใช้บอกตำแหน่งของดวงดาวนั่นเอง  จักรราศีมีรูปทรงสันฐาณเป็นวงกลมโดยมีจุดเริ่มต้นที่จุดศูนย์องศาของราศีเมษ จุดเริ่มต้นนี้เรียกว่าจุดเมษ หรือ  จุดสงกรานต์ในทรรศนะของโหราศาสตร์ไทยนั่นเอง  ( จุดนี้ในทางดาราศาสต์เรียกว่า จุดวิษุวัต ) ในทางโหราศาสตร์เรียกจักรราศีที่มีจุดตั้งต้นที่จุดนี้ว่า  จักรราศีแบบนิรายนะ ยังมีจักรราศีอีกแบบหนึ่งคือ จักรราศีแบบสายนะ จักรราศีแบบนี้ใช้จุดตั้งต้นของจักรราศีแตกต่างจากจักรราศีแบบนิรายนะที่กำหนดให้จุดตั้งต้นราศีอยู่คงที่ไม่มี่การเปลี่ยนแปลง  โดยการยึดถือหลักความเป็นจริงทางดาราศาสตร์ เนื่องจากในปัจจุบันนี้ความรู้ในด้านวิชาการ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับวิชาดาราศาสตร์ที่ก้าวหน้าอย่างมากมาย  ทำให้เราสามารถค้นพบได้ว่า จุดวิษุวัต  หรือจุดเริ่มต้นของจักรราศีมิได้สถิตย์นิ่งอยู่กับที่ จุดนี้เคลื่อนที่ออกจากจุดเมษในทิศทางตรงกันข้ามกับจักรราศี  และจุดนี้เคลื่อนที่ไปทุกปีด้วยอัตราความเร็วคิดเป็นระยะเชิงมุมด้วยอัตราความเร็วปีละ ประมาณ ๕๕ ฟิลิปดา    ซึ่งทำให้เราได้ทราบว่าปัจจุบันนี้จุดนี้อยู่ห่างจากจุดเมษ (๐องศาราศีเมษ)อยู่ประมาณ ๒๓ องศา  (อยู่ในราศีมีนประมาณ ๖ องศา)  ค่าที่แตกต่างกันอยู่นี้เรียกว่า  อายนางศ  (Ayanamsa) โหราศาสตร์ไทย และ อินเดียใช้จักรราศีแบบนิรายนะ   ส่วนโหราศาสตร์ต่างประเทศ ทางยุโรปใช้จักรราศีแบบสายนะในการพยากรณ์ดวงชะตาบุคคลเป็นส่วนใหญ่   และจะใช้จักรราศีแบบนิรายนะในการพยากรณ์เหตุการณ์สำคัญๆในกรณีที่เกี่ยวกับความเป็นไปของโลก

อนึ่งได้มีนักโหราศาสตร์บางท่านบังเกิดความสงสัยในเรื่องจุดตั้งต้นราศีนี้ว่าจะให้ผลแตกต่างในการพยากรณ์หรือไม่  ขอชี้แจงให้ท่านทราบว่าในทางปฏิบัติ (การพยากรณ์) นั้นแทบจะไม่มีความแตกต่างกันแต่อย่างใด   หากท่านใช้ตำแหน่งของดาวเคราะห์จากจักรราศี  วิธีการ  และการพยากรณ์ในรูปแบบและวิธีการพยากรณ์ของระบบนั้นๆ

วิชาโหราศาสตร์ได้ใช้สัญลักษณ์วงกลมแทนความหมายของจักรราศีและภายในวงกลมของจักรราศียังแบ่งรายละเอียดออกเป็นส่วนย่อยๆลงอีกซึ่งเราจะได้ศึกษารายละเอียดกันต่อไป

มาตราส่วนของจักรราศี

๑  จักราศี=         ๑๒      ราศี

๑  ราศี =        ๓๐      องศา

๑  องศา   =        ๖๐      ลิบดา

๑  ลิบดา  =        ๖๐      ฟิลิบดา

โหราศาสตร์ไทย.com แนะนำตัว …..

ยินดีต้อนรับสู่ โหราศาสตร์ไทย.com เวบโหราศาสตร์น้องใหม่ …  ท่านสามารถส่งข้อคิดเห็นต่างๆที่เกี่ยวกับโหราศาสตร์ หรือ สอบถามปัญหา  พูดคุยกันประสาโหราศาสตร์ครับ ..  ก็อาจต้องใช้เวลาในการปรับรูปแบบของบล๊อคสักนิดนะครับ  ขอให้อดใจรอกันสักนิด