สรุปความหมายของดาวพระเคราะห์โดยสังเขป
๑. ดาวอาทิตย์ (๑) หมายถึงเกียรติ์ ร่างกาย อำนาจ ศักดิ์ศรี ความเป็นผู้นำ ยศศักดิ์ บุคคลเพศชาย ข้าราชการ ผู้นำ หัวหน้า เจ้าของกิจการ บิดา และสามี (ในดวงชะตาสตรี) สิ่งของที่มีประกาย เพชรพลอย หรือวัตถุที่มีแสงมีพลังงานในตัวเอง
๒. ดาวจันทร์ (๒) อารมณ์ ความเพ้อฝัน อารมณ์ จินตนาการ ความใจอ่อน ขี้สงสาร อ่อนโยน การแสดงออก บุคคลเพศหญิง พยาบาล สถานให้การบริการ สถานที่เกี่ยวพันกับสตรี ภรรยา และมารดา สำหรับในดวงชะตาสตรียังมีความหมายถึงตัวเจ้าชะตาเองอีกด้วย รวมถึงของเหลวทุกชนิด
๓. ดาวอังคาร (๓) หมายถึงการดิ้นรน ความุ่งมั่น การต่อสู้ ความขัดแย้ง ควมขยัน ทหาร เครื่องยนตร์กลไก การใช้กำลัง ของแหลมของมีคม โลหะ
๔. ดาวพุธ (๔) หมายถึงความคิด การวางแผน การติดต่อ ข่าวสาร การประชาสัมพันธ์ เอกสาร การใช้สมอง นายหน้า การศึกษาหาความรู้ การคบหาสมาคม
๕. ดาวพฤหัสบดี (๕) หมายถึงโชคลาภ ความสำเร็จ ความดีงาม ความช่วยเหลือ ความรู้ (ปัญญา ) นักบวช ศีลธรรม การเรียนรู้ ผู้พิพากษา ผู้หลักผู้ใหญ่ ความยุติธรรม
๖. ดาวศุกร์ (๖) หมายถึงความรัก ความสอดคล้องต้องกัน ความพึงพอใจ ความเป็นศิลป กามารมณ์ ศิลปิน ทรัพย์สิน ของสวยงาม ของหอม เครื่องอำนวยความสะดวก บุคคลที่เกี่ยวกับศิลป และงานบันเทิงทุกรูปแบบ
๗. ดาวเสาร์ (๗) หมายถึงความทุกข์ ความเครียด ความผิดหวัง การพลัดพราก เป็นทุกข์ คนแก่ ของเก่า ที่ดิน วัตถุโบราณ ความเอาจริงเอาจัง ความยืดเยื้อยาวนาน สิ่งของที่มีลักษณะยาวๆ เช่น ถนน
๘. ดาวราหู (๘) หมายถึงเล่ห์เหลียม ไหวพริบ ความมัวเมาลุ่มหลง อบายมุข นักเลงการพนัน การหลอกลวง การพลิกแพลง ของผิดกฏหมาย แหล่งมั่วสุม สถานอบายมุข สถานบันเทิงเริงรมย์ เช่นไนท์คลับ บารเบียร์
๙. ดาวเกตุ (๙) หมายถึงสิ่งศักดิ์ศิทธิ์ คลื่นแสงสว่าง ความวุ่นวาย ซิกแซก คลื่นวิญญาณ ของที่มียอดแหลมเช่น เจดีย์ เป็นต้น สถานที่ๆมีคนสัญจรพลุกพล่าน สิ่งของแปลกๆพิศดาร
๑๐. ดาวมฤตยู (๐) หมายถึงความวิบัติ กระทันหัน ความสับสน ของสมัยใหม่ ของแปลกๆ อุปกรณ์ไฟฟ้า ความลึกลับ เหตุการณ์ไม่คาดฝัน (ทั้งในทางดีและทางร้าย) การเปลี่ยนแปลงรูปแบบที่ไม่เป็นไปตามปกติวิสัยที่ควรเป็นโดยสิ้นเชิง การหดเกร็ง
โดยได้แต่งเป็นคำกลอนเพื่อให้จำง่ายๆ ดังนี้
ดูยศศักดิ์อัครฐานทาย อาทิตย์
ดูรูปจริตให้ทาย จันทร์
ดูกล้าแข็งขันทาย อังคาร
ดูเจรจาอ่อนหวานให้ทาย พุธ
ดูปัญญาบริสุทธิ์ทาย พฤหัส
ดูกิเลศกำหนัดให้ทาย ศุกร์
ดูโทษทุกข์ให้ทาย เสาร์
ดูลุ่มหลงมัวเมาทาย ราหู
ดูอายุยืนอยู่ยั่งให้ทาย เกตุ
ดูทุกข์ภัยอาเภททาย มฤตยู
อันความหมายของดาวเคราะห์ทั้งหลายที่กล่าวมานี้เป็นเพียงความหมายเพียงส่วนเล็กน้อยของดาวเคราะห์เท่านั้น อันที่จริงทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกนี้ล้วนอยู่ในความหมายของดาวเคราะห์เหล่านี้ทั้งสิ้น หากเราพิจารณาให้ลึกซึ้งถึงแก่นแท้ของความหมาย อันความหมายของดาวเคราะห์ต่างๆเหล่านี้จะถูกขยายเพิ่มเติมอีกเมื่อไปทำมุมสัมพันธ์กับดาวดวงอื่น เช่น กุม เล็ง หรือ โยค เป็นต้น ซึ่งทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าจะไปสัมพันธ์กับดาวดวงไหนในภพหรือเรือนชะตาใด ? ดีหรือร้ายอย่างไร? เป็นคู่มิตร คู่ธาตุ สัมพันธ์กันดีหรือร้ายอย่างไร?เป็นต้น
นอกจากนี้ ในปัจจุบันได้มีการค้นพบดาวพระเคราะห์เพิ่มเติม วงการโหราศาสตร์ในสมัยปัจจุบันนี้ได้นำมาประยุกต์ใช้ในการพยากรณ์กันมากขึ้น ได้แก่ ดาวเนปจูน และ ดาวพลูโต โดยมีความหมายหลักๆดังนี้
เนปจูน ให้ความหมายถึงความคลุมเครือ การหลอกลวง หมอกไอ แก๊ส ของเหลว ความผิดหวังล้มเหลว การสลายตัว ยาเสพติด ยาพิษ มหาสมุทร
พลูโต ให้ความหมายหลักถึงการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาการ การปฎิวัติ การปฏิรูปเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนรูปแบบ
อันความหมายของดาวเนปจูนและดาวพลูโตนั้นยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่บรรดานักโหราศาสตร์อยู่ ทั้งนี้โดยให้เหตุผลว่า ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงนี้เพิ่งจะค้นพบไม่นาน ยังมีสถิติในทางการพยากรณ์ยังน้อยอยู่ บ้างก็อ้างว่าผลการพยากรณ์ยังไม่ชัดเจน ประกอบกับดาวเคราะห์ที่มีอยู่แต่เดิมยังให้ผลในการพยากรณ์แม่นยำอยู่ และเห็นว่ายังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องนำดาวเคราะห์ทั้งสองดวงที่กล่าวมานี้มาใช้ในการพยากรณ์ดวงชะตา จึงยังไม่ยอมรับและนำมาใช้ประโยชน์ในการพยากรณ์ดวงชะตา ซึ่งทั้งนี้ย่อมแล้วแต่ทรรศนะของนักโหราศาสตร์แต่ละท่าน